foto1
1
foto1
2
foto1
3
foto1
5
foto1
5

037 - 311181-2
nfc.nyk@nfc.mail.go.th
สกจ.นครนายก



 

ข้อมูลด้านพืช

พื้นที่การปลูกพืชในจังหวัดนครนายกสามารถจำแนกเป็น 5 ประเภทหลัก คือ 1.พื้นที่ปลูกข้าว 2.พื้นที่ไม้ผล 3.พื้นที่ไม้ยืนต้น 4.พื้นที่ไม้ดอกไม้ประดับ 5.พื้นที่พืชอื่นๆ (ผัก,พืชไร่,สมุนไพร) โดยเรียงจำนวนพื้นที่จากมากไปหาน้อยตามลำดับ

อันดับที่ 1 ก็คือการปลูกข้าวมีจำนวน 515,702ไร่ คิดเป็นร้อยละ 86.33 ของพื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัด แบ่งการเพาะปลูกเป็นข้าวนาปี และข้าวนาปรัง โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวนาปี ประมาณ 368,857 ไร่ ผลผลิตข้าวนาปี 205,133 ตัน ผลผลิตข้าวนาปี เฉลี่ย 560 กก./ไร่และมีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง ประมาณ 90,437 ไร่ ผลผลิตข้าวนาปรัง 56,036 ตัน ผลผลิตข้าวนาปรัง เฉลี่ย 621 กก./ไร่ (ที่ความชื้น ๑๕%) ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายคิดเป็นจำนวนเงิน 6.835ล้านบาท/ปี (ต้นทุนการปลูกข้าวเฉลี่ยต่อไร่ 8,093บาท)

อันดับที่ 2 และ 3 ประกอบด้วยไม้ผลที่สำคัญ เช่น มะยงชิด มะม่วง มะนาว ส้มโอ กล้วยน้ำว้า กระท้อน มะปรางหวาน ทุเรียน มังคุด ฯลฯ โดยมะยงชิดนับว่าเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงและสร้างรายได้ให้สูงสุดในกลุ่มถึง 796.37 ล้านบาท/ปี จากผลผลิต 3,748 ตัน เนื่องจากการทำสวนไม้ผลในจังหวัดส่วนใหญ่เป็นแบบสวนผสมผสาน ทำให้มีผลผลิตจากผลไม้ชนิดต่างๆ ผลัดเปลี่ยนกันออกตลอดทั้งปี  ทำรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างดี

อันดับที่ 4 การเพาะปลูกทั้งในลักษณะของไม้ชำถุง ชำกิ่ง ไม้กระถาง ไม้ตัดใบ รวมถึงไม้ประดับขุดล้อม ส่วนมากตั้งอยู่ในเขตอำเภอองครักษ์ ซึ่งมีการเพาะกล้าไม้จำหน่ายทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ จำนวนกว่าพันชนิด จังหวัดนครนายกมีพื้นที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับประมาณ 7,560 ไร่ ถือได้ว่าเป็นแหล่งเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

อันดับที่ 5 การเพาะปลูกพืชผักและสมุนไพรประมาณ 6,901 ไร่ ประกอบไปด้วย พืชผัก 4,073 ไร่ , พืชไร่ 1,715 ไร่ และสมุนไพร 1,112 ไร่ เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน ทั้งนำออกจำหน่ายภายในจังหวัดและพื้นที่จังหวัดข้างเคียง เช่น ตลาดปราจีนบุรี ตลาดไท และตลาดสี่มุมเมือง โดยปลูกกันมากในพื้นที่อำเภอบ้านนา อำเภอเมืองนครนายก อำเภอองครักษ์ และอำเภอปากพลี ตามลำดับ

 ที่มา: สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายก ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2560 (ระบบฐานข้อมูลการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร)

ข้าวนาปี ปีเพาะปลูก 2559/2560

               จังหวัดนครนายก มีเนื้อที่เพาะปลูกลดลง เนื่องจากปีที่ผ่านมาเกษตรกรขายข้าวเปลือกได้ราคาอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ไม่จูงใจให้เกษตรกรขยายเนื้อที่ปลูกข้าวในปี 2559/2560 ประกอบกับในช่วงต้นปี 2559 มีปริมาณฝนตกน้อยในบางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ดอนไม่สามารถปลูกข้าวนาปีได้ จึงงดเว้นการทำนา และฤดูการทำนาปีเลื่อนจากสภาพฝนตกล่าช้าส่วนใหญ่เกษตรกรทำนาปีได้รอบเดียว

                  ผลผลิตต่อไร่ต่อเนื้อที่เก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำช่วงดูแลรักษามีเพียงพอได้รับผลกระทบจากภัยแล้งน้อยกว่าปีที่ผ่านมา แต่เนื้อที่เก็บเกี่ยวรวมลดลง ส่งผลให้ผลผลิตรวมลดลงจากปีที่แล้ว

        

                            จากตารางจะเห็นว่า เนื้อที่เพาะปลูกปี 2560 เพิ่มขึ้น เนื่องจากในปี 2559 มีปริมาณฝนตกต่อเนื่องและอ่างเก็บน้ำชลประทานในเขตพื้นที่รับผิดชอบจังหวัดนครนายก ปล่อยส่งน้ำเพื่อการเกษตรให้กับเกษตรกรได้ทำนาปรังเพิ่มขึ้น ทั้งโครงการส่วน้ำบำรุงรักษานครนายก/คลองรังสิตใต้/คลองรังสิตเหนือ/เขื่อนขุนด่านปราการชล/โครงการชลประทานนครนายก และอ่างเก็บน้ำต่างๆในพื้นที่ ทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการเพาะปลูกข้าวนาปรัง โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ อ.องครักษ์ ที่มีอาชีพหลัก คือการทำนามีการปลูกข้าวนาปรังเพิ่มจากปีที่ผ่านมาจำนวนมาก

ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ทั้งจังหวัดเพิ่มขึ้นจากปี 2559 เนื่องจากปริมาณน้ำเพียงพอและอากาศเหมาะสม ไม่มีการรบกวนจากโรคแมลงศัตรูพืชและไม่มีพื้นที่ประสบภัยพิบัติธรรมชาติ ส่งผลให้ผลผลิตรวมทั้งจังหวัดเพิ่มขึ้นจากปี 2559

                                 จากตารางจะเห็นว่า เนื้อที่ยืนต้นเท่าเดิม ไม่มีการปลูกใหม่ โค่นทิ้งในปี 2558 จึงมีเนื้อที่ยืนต้นปี 2559 เท่าเดิม

                      สำหรับเนื้อที่กรีด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากยางพาราที่ปลูกใหม่ใน ปี 2553 เริ่มให้ผลผลิตในปี 2559 ในพื้นที่เมืองนครนายก

 

จากตารางจะเห็นว่า เนื้อที่ยืนต้นเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรปลูกเพิ่มในพื้นที่สวนส้มเก่า และพื้นที่รกร้างว่างเปล่า โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบ้านนาที่มีพื้นที่ปลูกเพิ่มของบริษัทบางจาก ปิโตเลียม จำกัด และเกษตรกรในเครือบริษัท

เนื้อที่ยืนต้นเพิ่มขึ้น จากปาล์มน้ำมันที่ปลูกใหม่ในปี 2556 เริ่มให้ผลใหม่เป็นปีแรกในปี 2559

ผลผลิตต่อไร่ลดลง จากสภาพความแห้งแล้งในปี 2557 ต่อเนื่องถึงปี 2558 ส่งผลให้การออกดอกของปาล์มไม่สมบูรณ์มีดอกเกสรตัวผู้มากกว่าตัวเมีย ทำให้ปาล์มขาดทะลาย (ปาล์มขาดคอ แม้ว่าพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่อำเภอองครักษ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ และมีการขุดร่องระบบน้ำไว้ให้มีน้ำใช้ตลอดปี (ปลูกในที่สวนส้มเดิม) จะได้ผลผลิตมากกว่าพื้นที่อื่น แต่พื้นที่อื่น ๆ โดยรวมผลผลิตต่อไร่ลดลง แต่ผลผลิตภาพรวมทั้งจังหวัดเพิ่มขึ้นจากเนื้อที่ให้ผลที่เพิ่มขึ้น

 

                   จากตารางจะเห็นว่า จังหวัดนครนายกปี 2560 มีเนื้อที่เพาะปลูกทั้งสิ้น จำนวน 10,171 ไร่ อำเภอที่มีเนื้อที่เพาะปลูกมากที่สุดคือ อำเภอเมืองนครนายก จำนวน 5,650 ไร่ หรือร้อยละ 55.55 ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด และอำเภอที่มีเนื้อที่เพาะปลูกน้อยที่สุดคือ อำเภอองครักษ์ จำนวน 57 ไร่

                 

จากตารางจะเห็นว่า จังหวัดนครนายก มีเนื้อที่เพาะปลูกปี 2560 จำนวน 2216 ไร่ อำเภอที่มีเนื้อที่เพาะปลูกมากที่สุดคืออำเภอ เมืองนครนายก จำนวน 1,829 ไร่ หรือร้อยละ 82.54 ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด และอำเภอที่มีเนื้อที่เพาะปลูกน้อยที่สุดคือ อำเภอองครักษ์ จำนวน 29 ไร่

                   จากตารางจะเห็นว่า จังหวัดนครนายกมีครัวเรือนเกษตรกรทั้งสิ้น จำนวน 19,161 ครัวเรือนอำเภอที่มีครัวเรือนเกษตรกรมากที่สุดอยู่ที่อำเภอบ้านนา จำนวน 5,962 ครัวเรือน หรือร้อยละ 31.12 ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด และอำเภอที่มีครัวเรือนเกษตรกรน้อยที่สุดที่อำเภอปากพลี จำนวน 2,589 ครัวเรือน หรือร้อยละ 13.51 ของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด

  ข้าว

 

 มะยงชิด

 

ส้มโอ

 



Copyright © 2018 Copyright สภาเกษตรกรจังหวัดนครนายก Rights Reserved.